Climate change ทำให้สารปรอทเวียนสู่มนุษย์

Nature ได้ตีพิมพ์บทความงานวิจัยเรื่อง ความเกี่ยวพันธ์ระหว่างสารปรอท การจับปลามากเกินไป และผลกระทบของโลกร้อน ซึ่งสุดท้ายสารปรอทจะกระทบกับมนุษย์โดยตรง

เราสรุปสาเหตุหลักๆเป็นหัวข้อได้ดังนี้

  1. โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่เก็บสารปรอทไว้ละลายสู่ระบบนิเวศ

สถาบันสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐ พบสารปรอทมากถึง 15 ล้านแกลลอนในชั้นดินเยือกแข็งที่ขั้วโลกเหนือ

สารปรอทในขั้วโลกเหนือ เกิดจากการสะสมที่ถูกลมและน้ำทะเลพัดมารวมกันเป็นเวลาหลายแสนปี และตราบใดที่ยังจับตัวแข็งอยู่นั้น ก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด แต่เนื่องจาก climate change โลกร้อนขึ้น ส่งผลให้น้ำแข็งในขั้วโลกละลาย ทำให้สารปรอทเริ่มหลุดรอดสู่ระบบนิเวศผ่านน้ำและอากาศ

  1. มนุษย์ทำเหมืองแร่ เผาเชื้อเพลิงถ่านหิน

สารปรอทที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การทำเหมืองแร่ หรือ การเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหิน ราว 4 ใน 5 ส่วนนี้จะไปสะสมอยู่ในมหาสมุทรเช่นกัน

  1. คนจับปลามากเกินไป

การจับปลามากเกินไป ทำให้ปลาผู้ล่าเปลี่ยนจากกินสัตว์เล็กไปกินตระกูลหมึกและกุ้งที่ตัวใหญ่ซึ่งมีสารปรอทสะสมมากกว่า

  1. โลกร้อน ปลากินมากขึ้น เก็บสารปรอทมากขึ้น

อุณหภูมิในมหาสมุทรสูงขึ้น จะทำให้สัตว์ทะเลต้องการพลังงานมากขึ้นในการเคลื่อนไหว จึงต้องกินอาหารมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดการสะสมปรอทมากขึ้นเช่นกัน จะเห็นผลชัดเจนในปลาขนาดใหญ่ เช่น ปลาทูน่าและปลาค็อด

อันตรายของสารปรอท

ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบประสาทและสมอง ผู้บริโภคจะไม่รู้ตัวและไม่มีการแสดงอาการ จนกระทั่งร่างกายสะสมจนถึงระดับหนึ่ง ความสามารถในการเรียนรู้จะลดลง เกิดอาการชัก ตาบอด และหูหนวกได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเป็นอาการถาวร ไม่สามารถรักษาให้กลับมาดีได้เหมือนเดิม

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องใกล้ตัว มีผลกระทบต่ออาหารที่เรารับประทาน และกระทบต่อสุขภาพของเราโดยตรง

ที่มา Nature, Sciencenews