ต่างประเทศจัดการปัญหาขยะล้มเมืองกันอย่างไร

ในปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมือง โดยเฉพาะขยะพลาสติก ประเทศอื่นเขามีนโยบายจัดการกับปัญหานี้อย่างไรกันบ้างนะ?

เนื่องจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนน่าจะทราบกันดีแล้ว หลายประเทศตัดสินใจแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่น

  1. สวีเดน

มีโครงการคัดแยกขยะ เพื่อนำขยะกลับมา reuse และแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ภายในประเทศได้ถึง 810,000 ครัวเรือน โครงการนี้ได้ผลอย่างมาก จนสวีเดนต้องซื้อขยะจากประเทศอื่น ๆ เนื่องจากขาดแคลนปริมาณขยะที่จะนำไปผลิตเป็นพลังงาน

  1. เยอรมนี

ได้ออกกฎหมายควบคุมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค โดยเก็บภาษีจากร้านค้าที่แจกถุงพลาสติกให้ลูกค้า และมีระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคส่งคืนขวดพลาสติกเพื่อรีไซเคิล

  1. ญี่ปุ่น

มีจุดเด่นที่ “ประชากร” เนื่องจากชาวญี่ปุ่นทุกคนมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบอย่างมากในการจัดการขยะ บวกกับทางรัฐบาลได้ออกกฎหมายอย่างครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยยึดหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) เช่น การเก็บภาษีรีไซเคิลขยะจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เศษอาหาร หรือยานพาหนะที่หมดอายุการใช้งาน เป็นต้น

  1. บังกลาเทศ

มีประกาศห้ามผลิตและงดแจกถุงพลาสติกแก่ผู้ซื้อ หากฝ่าฝืนจะถูกปรับครั้งละ 2,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 60,000 บาท

  1. อังกฤษ

เก็บค่าธรรมเนียมถุงพลาสติกใบละประมาณ 2.14 บาท เมื่อผู้คนต้องคิดก่อนซื้อใช้ ส่งผลให้สามารถลดงบประมาณค่ากำจัดขยะมูลฝอยได้ถึงราว 2,331 ล้านบาทและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้จำนวนมาก อีกทั้งสหราชอาณาจักรยังประกาศแบนพลาสติก 3 ชนิด คือ

  1. หลอดพลาสติก
  2. ก้านสำลีพลาสติก
  3. ที่คนเครื่องดื่มพลาสติก

ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเมษายนปีหน้า 2020

  1. ไต้หวัน

ใช้มาตรการห้ามใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ตั้งเป้าไว้ว่าจะห้ามอย่างครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2030 โดยในปัจจุบัน ร้านอาหารและเครื่องดื่มในไต้หวัน ได้งดการให้หลอดดูดพลาสติกแล้ว

และประเทศไทยของเรา ทางกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีมติที่ประชุมประกาศว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นไป จะมีการนำร่องงดแจกถุงพลาสติกอย่างจริงจัง ซึ่งได้ร่วมมือกับภาคเอกชนรวม 43 ห้างร้าน ตั้งเป้าลดปริมาณขยะ 0.78 ล้านตันต่อปี และจะประหยัดงบการจัดการขยะมูลฝอยถึง 3,900 ล้านบาทต่อปี

อ้างอิง : https://www.scglogistics.co.th/blog/detail/301…